ภาษาอังกฤษเบื้องต้น
คำอวยพรวันปีใหม่
เรามาเรียนรู้ภาษาอังกฤษในช่วงปีใหม่กัน
เป็นคำอวยพรสั้น ภาษาอังกฤษ ภาษาไทยที่เราคัดสรรมาเพื่อท่าน
พร้อมใส่เข้าไปในภาพสวยๆ
สำหรับผู้ติดตามเว็บไซต์ภาษาอังกฤษเบื้องต้นโดยเฉพาะ เริ่มประโยคแรก
ตามภาพ
ประโยคตัวอย่าง
Wishing you a very Happy New Year.
คำแปล
ขออำนวยพรให้ท่านมีความสุขมากๆ ในวันปีใหม่
Wishing you good times, good health, good cheer,
and a very Happy New Year.
คำแปล
ขออวยพรให้ท่านมีช่วงเวลาที่ดี,
สุขภาพที่ดี, กำลังใจที่ดี
และมีความสุขมากๆในวันปีใหม่
Greetings of the New Year. Wishing you all success
in the next.
คำแปล
สวัสดีปีใหม่ขออวยพรให้ท่านจงประสบความสำเร็จในทุกๆ สิ่งในปีใหม่นี้เทอญ.
การใช้งาน Simple Present Tense กาลในปัจจุบัน
รูปแบบของ Simple Present = Subject + verb.1
1.ถ้าประธานเป็นเอกพจน์
บุรุษที่ 3 ได้แก่ He,
She, It, ชื่อ คน สัตว์ หรือ สิ่งของเพียงหนึ่งเดียว เช่น Soraya,
Manee,
the man จะใช้กริยาช่องที่หนึ่งและ เติม s. หรือ
es กริยาที่ลงท้ายด้วย ss, sh, ch, x, o และ y ต้องเปลี่ยนเป็น i ก่อนจะเติม
es
ตัวอย่าง
- She goes to
university everyday. (เธอไปมหาวิทยาลัยทุกวัน)
- The dog barks
almost every night. ( สุนัขเห่าเกือบทุกคืน)
- Tony always watches
television . (โทนี่ดูโทรทัศน์เสมอ)
- Suda copies a
letter.
( สุดาสำเนาจดหมาย)
2
.ถ้าประธานเป็นพหุจน์ คือ คน ๒ คน ขึ้นไป หรือ หลายคน หลายสิ่ง หลายอย่าง คือ I
, You, We, They กริยาจะไม่ เติม s, หรือ es
ตัวอย่าง
- Tony and Devid
speak English.
(โทนี่และเดวิดพูดภาษาอังกฤษ)
- You and I have a
meeting at 11 o’clock. (คุณกับผมมีประชุมเวลา 11 นาฬิกา)
3. เมื่อใช้กับกริยา
Verb to be จะมีรูปเฉพาะคือ is
ใช้ประธานเอกพจน์บุรุษที่ 3 เช่น He, She, It. Mary etc./
am
ใช้กับประธานเอกพจน์บุรุษที่1 และ ใช้กับประธานพหูพจน์บุรุษที่1,2,
3 เช่น You, We ,they เป็นต้น และเมื่อประโยคปฏิเสธให้ใส่
not ข้างหลังกิริยา
ตัวอย่าง
- Poo is the prime
minister of Thailand.
( คุณปูเป็นนายกรัฐมนตรีของประเทศไทย)
- My brothers and I
are interested in politics. ( พี่ชายของฉันและฉันสนใจการเมือง)
หลักการใช้ Article "the"
มีรูปแบบการใช้งาน ดังนี้
the + noun
1.
ใช้
the กับคำนามที่ชี้เฉพาะเจาะจง
ตัวอย่าง
- This
was a terrible journey. The plane was very crowded. ( นี่เป็นการเดินทางที่แย่มาก
เครื่องบินแออัดมาก )
-Bangkok is the
capital of Thailand. กรุงเทพฯ เป็นเมืองหลวงแห่งประเทศไทย
2.
ใช้
the กับ
คำนามที่นับได้เอกพจน์ที่บอกชนิดหรือประเภท
ตัวอย่าง
- The
orchid is Rinny’s favorite flower. ( กล้วยไม้เป็นดอกไม้ที่โปรดปรานของรินนี่ )
3. ใช้ the กับ
คำนาม ที่เป็นคำคุณศัพท์ ( adjective) ชั้นสูงสุด
ตัวอย่าง
- What
is the longest road in Thailand? ( ถนนอะไรยาวที่สดุ ในประเทศไทย)
4. ใช้ the นำหน้าคำคุณศัพท์
(adjective) ทำหน้าที่เป็นคำนาม
เช่น the poor (คนจน), the rich (คนรวย),
the disabled (คนพิการ)
ตัวอย่าง
- This is the parking lot t for the disabled. ( นี่คือที่จอดรถของคนพิการ)
5. ใช้ the กับคำที่แสดงเชื้อชาติ
เช่น the British (ชาวอังกฤษ), the Spanish (ชาวสเปน)
ตัวอย่าง
- The
Chinese and the Japanese are diligent. ( ชาวจีนและชาวญี่ปุ่นขยัน)
หมายเหตุ : คำนามที่แสดงเชื้อชาติเหล่านี้จะลงท้ายด้วย s , sh , ch หรือ se ซึ่งเมื่อเติม the ข้างหน้า
จะมีความหมายเป็น พหูพจน์ แต่ถ้าเป็นคำที่ไมได้ลงท้ายแบบนี้
เมื่อเติม the จะต้องเติม
s ด้วย
เช่น the Russians (ชาวรัสเซีย) the
Italians (ชาวอิตาเลียน) the
Arabs (ชาวอาหรับ) the Thais (ชาวไทย)
6. ใช้ the กับคำนามที่กล่าวถึงมาแลว้
หรือผู้พูดและผู้ฟังเข้าใจความหมายแล้ว
ตัวอย่างประโยคการใช้งาน - The
student was late again yesterday. ( นักเรียนคนนั้นมาสายอีกแล้วเมื่อวานนี้)
ตัวอย่าง
- My
mother went to see the doctor. ( แม่ฉันไปหาหมอคนเดิม)
7. ใช้ the กับคำนามที่เป็นชื่อทงภูมิศาสตร์
ดังต่อไปนี้
1) ชื่อของประเทศบางประเทศ โดยเฉพาะประเทศที่มีคำว่า republic, kingdom, states และที่ลงท้ายด้วย
s เช่น the German Federal Republic ( เยอรมันนี)
, the Republic of Ireland ( ไอร์แลนด์) , the United
Kingdom ( สหราชอาณาจักร) , the United Arab Emirates ( อาหรับอามิเรสต์), the Netherlands ( เนเธอร์แลนด์,
the Philippines ( ฟิลิปปินส์)
2) ชื่อของเกาะหรือของหมู่เกาะที่เป็นพหพูจน์ เช่น the Bahamas, the British Isles, the Canaries
3) ชื่อเทือกเขาหรือภูเขาที่เป็นพหูพจน์เช่น the Andes, the Alps, the Rockies
4) ชื่อของแม่น้ำ คลอง ทะเล ทะเลทราย แหลม อ่าว ช่องแคบ
มหาสมุทร คาบสมุทร เช่น the Amazon, The
Atlantic , the Bering Strait , the British Strait,the Chao Phraya (River), the
Cape of Good Hope, the Caribbean Sea
5) ใช้กับชื่อของโรงแรม ภัตตาคาร ธนาคาร โรงละคร
พิพิธภัณฑ์ห้องสมุด เป็นต้น เช่น the
Oriental Hotel the Hilton Hotel the National Theater the Central Library
6.) ใชก้บชื่อของ อาคารสถานที่ ที่มี of อยู่ในชื่อนั้นด้วย เช่น the
Bank of England the House of Parliament, the Tower of London the Great Wall of
China
7). ใช้กับชื่อหนังสือพิมพ์ สำนักพิมพ์เช่น the Bangkok Post the Nation, The Bangkok Post, the
Times the New York Tribune
8. ใช้ the กับคำนามที่มีเพียงสิ่งเดียวเท่านั้น
เช่น the sun (ดวงอาทิตย์), the moon (ดวงจันทร์),
the world (โลก), the earth (โลก), the
sea (ทะเล), the sky (ท้องฟ้า), the
universe (จักรวาล), the ground (พื้นดิน),
the country (ประเทศ) , the environment (สิ่งแวดล้อม),
9. ใช้กับคำนามที่เป็นเครื่องดนตรี เช่น the piano (เปียโน) , the
guitar (กีต้าร์) , the violin (ไวโอลิน) the drum (กลอง), the flute (ฟรุท), the trumpet (ทรัมเป็ต) เป็นต้น
10. ใช้กับการเปรียบเทียบขั้นกว่าเพื่อแสดงว่าสิ่ง 2 สิ่ง หรือ
2 เหตุการณ์เพิ่มขึ้นหรือลดลงไปในทำนองเดียวกัน
ตัวอย่าง
- The more we read, the more we know. (ยิ่งเราอ่านมากเท่าไร เราก็ยิ่งรู้มากขึ้นเท่านั้น)
- The more you eat.
The fatter you will get. (ยิ่งคุณกินมากเท่าไร
คุณก็ยิ่งจะอ้วนมากขึ้นเท่านั้น)
11. ใช้ลำดับเลขที่ เช่น the
first (ลำดับที่ 1), the second (ที่สอง),
the third (ที่สาม)
12. ใช้นำหน้าสำนวนบอกเวลา เช่น at noon (เที่ยงวัน), at night (เที่ยงคืน), the day aftertomorrow (มะรืนนี้),
in the morning (ในตอนเช้า) , in the afternoon (ในตอนบ่าย) ,in
the evening (ในตอนเย็น)
หลักของการใช้
Article “a , an”
Article
มีรูปแบบการใช้งาน ดังนี้ a
/ an + noun มีดังนี้
1.
ใช้กับคำนามนับได้
( Countable nouns) ที่เป็นรูป เอกพจน์
( Singular ) เท่านั้น
ตัวอย่าง
- Would
you like a cup of tea? (
คุณต้องการน้ำชาไหมครับ )
- This
is an old car.
( รถยนต์คันนี้เก่า )
หมายเหตุ เราใช้ a
นำหน้าคำนามที่ขึ้นต้นด้วยพยญั ชนะ และใช้ an นำหน้าคำที่ขึ้นต้นด้วยสระนะครับ สังเกตุการใช้งานข้างบน
สระได้แก่ a
, e , i , o , u เช่น an
apple, an egg , an ink, an umbrella etc.
และ ตัว h
ที่ออก เสียงสระ เช่น an honor, an heir etc.
2.
ใช้คำนามทั่วไปที่ไม่ซี้เฉพาะเจาะจง
ตัวอย่าง
- Sunee
sat down on a bench.( สุนีนั่งบนม้านั่งยาว )
- A
strange thing happened to me this morning.( สิ่งแปลกๆ
เกิดขึ้นกับผมเมื่อเช้านี้ )
จะเห็นว่าข้างบนนี้ ไม่เจาะจง
ไม่ระบุว่าม้านั่งตัวไหน
ไม่เจาะจงว่าสิ่งแปลกๆนั้นคืออะไร
3. ใช้ Article a/ an ที่แสดงอาชีพ เช่น an architect
สถาปนิก ,
an accountant สมุห์บัญชี
ตัวอย่าง
- Devid
is a researcher.( เดวิดเป็นนักวิจัย
)
4. ใช้ Article a/ an กับคำนามที่กล่าวถึงเป็นครั้งแรก
ตัวอย่าง
- Have
you had an accident? ( เธอได้รับอุบัติเหตุใช่ไหม )
หมายเหตุ : แต่ถ้ามีการกล่าวคำนามนั้นเป็นครั้งที่สอง ให้เปลี่ยน Article “a, an” เป็น “the” เช่น
- The
accident took place on Dang road. ( อุบัติเหตุเกิดขึ้นที่ถนนแดง )
5. ใช้ Article a/ an นับได้ที่มีความหมายว่า “หนึ่ง”
ตัวอย่าง
- A
cat is an animal.( แมวเป็นสัตว์ชนิดหนึ่ง )
6. ใช้ Article a/ an เอกพจน์ที่ตามหลัง v.
to be
ตัวอย่าง
- That
house is for sale. It is a bargain. ( บ้านหลังนั้น ขายต่อราคาได้
)
7. ใช้ Article a/ an กับอาการป่วยทั่วไป เช่น a sore throat เจ็บคอ,
a fever เป็นไข้
8. ใช้ Article a/ an กับสำนวนหรือวลีต่างๆ เช่น have
a good time สนุกสนาน have
a chat คุย
it’s
a pity น่าเสียดาย in a hurry เร่งรีบ it’s
a shame น่าอาย
ตัวอย่าง
- We
had a chat while we were waiting a flight to LA. ( เราหยุดคุยกันในระหว่างเที่ยวบินไป
LA )

